คติสอนใจ วิธีคิดให้ประสบความสำเร็จของพ่อพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก “ปัญญา” และ “ความอุตสาหะ”
3. “เพื่อนใหม่” คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน “เพื่อนเก่า” “มิตร” คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมะ ปีละเล่ม
5. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า “ขอบคุณให้มาก”
7. รักษา “ความลับให้เป็น”
8. ประเมินคุณค่าของการให้ “อภัย” ให้สูง
9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่ง หากจะกล่าวว่า “ขอโทษ”
16. อย่าอายหากจะบอกใครว่า “ไม่รู้”
17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช้หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด
25. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จกับความล้มเหลว
26. อย่าตามใจตนเอง เรื่องยุ่ง ๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้มันโตไว ๆ (อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตายวันละครั้ง ชีวิตจะมีความสุข มีอภัย มีให้
30. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
31. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
32. ดาวและเดือนที่อยู่สูงอยากได้ก็ต้องปีน “บันไดสูง” ที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
33. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
34. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
35. ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553
เป้าหมายของชีวิต
โดยธรรมชาติแล้ว
ชีวิตย่อมมีเป้าหมายของชีวิตอยู่เอง
ครั้นเมื่อมนุษย์ช่างคิด ช่างฝัน
เขาจึงได้รังสรรค์เป้าหมายขึ้นใหม่
แล้วยอมเป็นทาสของเป้าหมายนั้นโดยดุษฏี
เป้าหมายของชีวิตที่มนุษย์คิดขึ้นนั้น
ไม่อาจนำมาซึ่งความเกษมสำราญที่แท้จริงทั้
งยังอาจเป็นเหตุแห่งความทุกข์ยากไม่รู้จบสิ้น
เป้าหมายของการกระทำนั้นต้องมีอยู่
แต่ต้องไม่งมงายยึดมั่นเกินไป
เพราะความงมงายยึดมั่นเกินไป
ทำลายความสดชื่นมั่นคงในการดำเนินชีวิต
ดำรงจิตใจให้มั่นคง เริงรื่น ชื่นบาน
และเกษมสำราญกับการช่วยเหลือสรรพชีวิตเถิด
ชีวิตเฉพาะหน้าเช่นนั้น นั่นเอง
ที่ดำรงอยู่แล้วในเป้าหมายของชีวิตที่แท้
"จงเป็นในสิ่งที่ต้องเป็นให้เป็นสุข
อย่าพยายามเป็นให้เป็นทุกข์
ในสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็น"
ชีวิตย่อมมีเป้าหมายของชีวิตอยู่เอง
ครั้นเมื่อมนุษย์ช่างคิด ช่างฝัน
เขาจึงได้รังสรรค์เป้าหมายขึ้นใหม่
แล้วยอมเป็นทาสของเป้าหมายนั้นโดยดุษฏี
เป้าหมายของชีวิตที่มนุษย์คิดขึ้นนั้น
ไม่อาจนำมาซึ่งความเกษมสำราญที่แท้จริงทั้
งยังอาจเป็นเหตุแห่งความทุกข์ยากไม่รู้จบสิ้น
เป้าหมายของการกระทำนั้นต้องมีอยู่
แต่ต้องไม่งมงายยึดมั่นเกินไป
เพราะความงมงายยึดมั่นเกินไป
ทำลายความสดชื่นมั่นคงในการดำเนินชีวิต
ดำรงจิตใจให้มั่นคง เริงรื่น ชื่นบาน
และเกษมสำราญกับการช่วยเหลือสรรพชีวิตเถิด
ชีวิตเฉพาะหน้าเช่นนั้น นั่นเอง
ที่ดำรงอยู่แล้วในเป้าหมายของชีวิตที่แท้
"จงเป็นในสิ่งที่ต้องเป็นให้เป็นสุข
อย่าพยายามเป็นให้เป็นทุกข์
ในสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็น"
น้ำแข็งที่อาร์คติคบางลงทุกปี

พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งที่มหาสมุทรอาร์คติคจะถึงจุดต่ำสุดในเดือนกันยายนนี้ นักพยากรณ์ระบุว่าคงจะไม่ต่ำเท่าปี 2007 อันเป็นปีที่มหาสมุทรนี้มีน้ำแข็งปกคลุมเป็นบริเวณแคบที่สุดเท่าที่มีการเก็บข้อมูลทางดาวเทียมมา อย่างไรก็ตาม นักฟิสิกส์ที่สถาบันอัลเฟรดเวเจเนอร์กลับรู้สึกกังวลเรื่องความสมดุลในระยะยาวของมหาสมุทรแห่งนี้
นักวิจัยระบุว่ามวลของน้ำแข็งกำลังลดลงลงเนื่องจากความหนาของมันลดลงนั่นเอง ทีมวิจัยได้สาธิตด้วยการวัดความหนาของแผ่นน้ำแข็งที่บริเวณตอนเหนือและตะวันออกของเกาะกรีนแลนด์โดยใช้เครื่องบินวิจัยโพลาร์-5 ที่ใช้เวลาบินสำรวจราวๆ 1 สัปดาห์เพื่อหาพื้นที่น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกนี้
คำถามที่ว่าอีกนานแค่ไหนที่มหาสมุทรอาร์คติคไม่มีน้ำแข็งเลยในช่วงซัมเมอร์นั้นเป็นคำถามที่คาใจศาสตราจารย์ ดร.รูดิเจอร์ เกอร์เดส จากสถาบันอัลเฟรดเวเจเนอร์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยตอนนี้ ได้มีดาวเทียมสำรวจพื้นที่ที่น้ำแข็งปกคลุมขั้วโลกเนหนือมา 30 ปีแล้ว ทำให้ศาสตราจารย์ต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเร่องความหนานี้
อย่างไรก็ตาม ความหนาก็คงจะบอกอะไรได้แค่ในวงแคบๆ ศาสตราจารย์จึงต้องใช้วิธีพิเศษในการพยากรณ์ด้วยโมเดลทางคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา จนได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว
"ผมอยากจะเห็นข้อมูลการวัดความหนาของน้ำแข็งทะเลมานานแล้ว เพียงแค่ผมรู้ข้อมูลความหนาไปในหลายๆพื้นที่แล้ว เราก็อาจจะคำนวณได้ว่า น้ำที่จะมาจากน้ำแข็งขั้วโลกทั้งหมดนี้จะมีปริมาณเท่าไหร่"
พื้นที่น้ำแข็งที่มหาสมุทรอาร์คติคนี้ว่ากันว่ามีปริมาณน้ำแข็ง 2.7 ล้านล้าานตัน แต่มีการพังทลายลงไปราวๆ 3000 ลูกบาศก์กิโลเมตรทุกๆปี แต่นอกจากจะพังทลายและละลายเป็นน้ำลงสู่มหาสมุทรแล้ว นักวิจัยก็ได้ค้นพบว่าน้ำแข็งนั้นบางลงทุกๆปี และเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว
แปลจาก: http://www.sciencedaily.com/releases/2010/08/100820101356.htm
นักวิจัยระบุว่ามวลของน้ำแข็งกำลังลดลงลงเนื่องจากความหนาของมันลดลงนั่นเอง ทีมวิจัยได้สาธิตด้วยการวัดความหนาของแผ่นน้ำแข็งที่บริเวณตอนเหนือและตะวันออกของเกาะกรีนแลนด์โดยใช้เครื่องบินวิจัยโพลาร์-5 ที่ใช้เวลาบินสำรวจราวๆ 1 สัปดาห์เพื่อหาพื้นที่น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกนี้
คำถามที่ว่าอีกนานแค่ไหนที่มหาสมุทรอาร์คติคไม่มีน้ำแข็งเลยในช่วงซัมเมอร์นั้นเป็นคำถามที่คาใจศาสตราจารย์ ดร.รูดิเจอร์ เกอร์เดส จากสถาบันอัลเฟรดเวเจเนอร์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยตอนนี้ ได้มีดาวเทียมสำรวจพื้นที่ที่น้ำแข็งปกคลุมขั้วโลกเนหนือมา 30 ปีแล้ว ทำให้ศาสตราจารย์ต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเร่องความหนานี้
อย่างไรก็ตาม ความหนาก็คงจะบอกอะไรได้แค่ในวงแคบๆ ศาสตราจารย์จึงต้องใช้วิธีพิเศษในการพยากรณ์ด้วยโมเดลทางคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา จนได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว
"ผมอยากจะเห็นข้อมูลการวัดความหนาของน้ำแข็งทะเลมานานแล้ว เพียงแค่ผมรู้ข้อมูลความหนาไปในหลายๆพื้นที่แล้ว เราก็อาจจะคำนวณได้ว่า น้ำที่จะมาจากน้ำแข็งขั้วโลกทั้งหมดนี้จะมีปริมาณเท่าไหร่"
พื้นที่น้ำแข็งที่มหาสมุทรอาร์คติคนี้ว่ากันว่ามีปริมาณน้ำแข็ง 2.7 ล้านล้าานตัน แต่มีการพังทลายลงไปราวๆ 3000 ลูกบาศก์กิโลเมตรทุกๆปี แต่นอกจากจะพังทลายและละลายเป็นน้ำลงสู่มหาสมุทรแล้ว นักวิจัยก็ได้ค้นพบว่าน้ำแข็งนั้นบางลงทุกๆปี และเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว
แปลจาก: http://www.sciencedaily.com/releases/2010/08/100820101356.htm
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)